บุคลากร
แบบสำรวจความคิดเห็น
ท่านคิดว่าโรคตับเกิดกับคนในภาคใด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคใต้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทุกภาคทั่วโลก
ดูผลโหวด
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 04/08/2012
ปรับปรุง 18/05/2017
สถิติผู้เข้าชม 275780
Page Views 456242
ดาวน์โหลดเอกสาร
เอกสารภายใน
สำหรับผู้ดูแลระบบ
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
ข่าวความรู้เรื่องโรคตับ
ไวรัสตับอักเสบซี
วรัสตับอักเสบ ซี Hepatitis C

ท่านผู้อ่านคงคุ้นเคยกับไวรัสตับอักเสบ บี แต่ถ้าท่านติดตามโรคตับอักเสบท่านจะพบว่าไวรัสตับอักเสบ ซีเพิ่มขึ้นเนื่องจากพบได้บ่อยมากขึ้น พบได้ประมาณ 1-2% ของคนที่มาบริจาคเลือด หลังเป็นตับอักเสบแล้วก็มีแนวโน้มจะเป็นตับอักเสบเรื้อรัง  20% ของผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรังชนิด ซี จะเป็นตับแข็งภายใน 10-20 ปี บางส่วนกลายเป็นมะเร็งตับ

ปัจจัยเสี่ยงและการติดต่อ

ไวรัสตับอักเสบ ซี ติดต่อทางเลือด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน แต่มีผู้ป่วยบางท่านได้รับเชื้อโดยไม่ทราบแหล่งที่มาปัจจัยเสี่ยงได้แก่

  • ผู้ที่เคยได้รับเลือด และ สารเลือดก่อนปี คศ 1992 เนื่องจากยังไม่มีการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี
  • เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ได้รับอุบัติเหตุถูกเข็มตำ
  • ผู้ป่วยติดยาเสพติดใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • ทารกที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ ซี พบได้ร้อยละ 5
  • ผู้ที่สำส่อนทางเพศ หรือ รักร่วมเพศ
  • ไดรับเชื้อจากการสักตามตัว

กิจกรรมต่อไปนี้ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี

  • การให้นมบุตร
  • การจามหรือไอ
  • อาหารหรือน้ำ
  • การใช้ถ้วยชามร่วมกัน

อาการของผู้ป่วย

ผู้ที่เป็นตับอักเสบ ซี เรื้ออาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการแต่ไม่มาก อาการที่พบได้คือ

  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ปวดชายโครงขวา
  • ปวดกล้ามเนื้อและ ปวดข้อ

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเรื้อรังและกลายเป็นตับแข็งจะมีอาการ

  • ตับ ม้ามโต
  • ตัวเหลืองตาเหลือง
  • กล้ามเนื้อลีบ
  • ท้องมาน
  • เท้าบวม

การเจาะเลือดตรวจ

  • Anti-HCVโดยวิธี enzyme immunoassay (EIA) ถ้าเจอแสดงว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ ซี
  • HCV RNA โดยวิธี polymerase chain reaction (PCR) ถ้าให้ผลบวกแสดงว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ ซี
  • เจาะเลือดตรวจการทำงานของตับพบว่ามีการอักเสบของตับ
  • บางรายต้องตรวจโดยการเจาะชิ้นเนื้อตับเพื่อการวินิจฉัย

การวินิจฉัย

  • ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน โดยการเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับพบว่ามีการอักเสบ และตรวจพบ Anti-HCV หรือ HCV-RNAในเลือด บางรายที่ตรวจไม่เจอในระยะแรกอาจจะต้องตรวจซ้ำอีก 2-8 สัปดาห์
  • ตับอักเสบเรื้อรัง ซี วินิจฉัยโดยพบว่ามีการอักเสบของตับมากกว่า 6 เดือนร่วมกับการตรวจพบ HCV -RNA

การรักษา

  • โดยการให้ alpha interferon 
  • ให้ยาสองขนานคือ  alpha interferon and ribavirin.
  • ควรไดรัการฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ เอ และ บี

ผู้ป่วยไวรัสตับอัเสบ ซีรายใดที่ควรได้รับการรักษา

  • มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี และ มีการเพิ่มของ SGOT,SGPT และผลการเจาชิ้นเนื้อตับพบว่ามีการอักเสบ และไม่มีข้อห้ามการให้ยา
  • ผู้ป่วยที่มีตับแข็งต้องไม่มี ตัวเหลืองตาเหลือง ท้องมาน เส้นเลือดในหลอดอาหารโป่งพอง
  • อายุ น้อยกว่า60 ปี

ผู้ป่วยไวรัสตับอัเสบ ซีรายใดที่ไม่ควรได้รับการรักษา

  • โรคตับแขงและมีโรคแทรกซ้อน
  • ผลเลือด SGOT,SGPT ปกติ
  • มี ตับ ไต หัวใจวาย
  • มีข้อห้ามในการให้ยา

ข้อห้ามในการให้ยา interferon

ผู้ป่วยซึมเศร้า ติดยา ติดสุรา autoimmune disease โรคไขกระดูก ไม่สามารถคุมกำเนิด

ผลข้างเคียงของยา interferon

ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนไข้หวัด ไข้ ปวดตามตัว ปวดหัวในระยะแรก ระยะหลังอาจมีอาการเหนื่อยหอบ ผมร่วง เม็ดเลือดขาวต่ำ ซึมเศร้า จะมีผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เกิดอาการข้างเคียงอย่างรุนแรง เช่น โรคธัยรอยด์ ชัก หัวใจ และไตวาย นอกจากนั้นยังทำให้ตับอักเสบด้วย

วิธีป้องกันตับไวรัสอักเสบ ซี

  • ห้ามใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • ให้สวมถุงมือถ้าต้องสัมผัสเลือด
  • ห้ามใช้มีดโกนหนวด แปรงสีฟันร่วมกัน
  • ห้ามใช้อุปกรณ์ในการสักร่วมกัน
  • ให้ใช้ถุงยางคุมกำเนิดถ้าหากมีเพศสัมพันธ์หลายคน
  • ถ้าคุณเป็นตับอักเสบ ซีห้ามบริจาคเลือด

ใครควรได้รับการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี

  • ผู้ป่วยที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น
  • ผู้ป่วยที่เคยได้เลือด และสารประกอบของเลือดก่อนปี คศ.1992
  • ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
  • ผู้ป่วยที่เจาะเลือดพบว่ามีตับอักเสบ
  • เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ถูกเข็มตำ
  • เด็กที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี

หากท่านมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี แพทย์จะวางแผนการรักษาอย่างไร

ผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี บางรายเมื่อตรวจเลือดจะพบว่าค่า SGOT,SGPT ปกติแพทย์จะนัดตรวจเลือดอีกครั้ง 6-12 เดือน

คนท้องสมควรตรวจหาไวรัสตับอักเสบ ซีหรือไม

ไม่ควรเนื่องจากคนท้องไม่ได้มีแัตราการติดเชื้อมากกว่าคนทั่วไป นอกจากว่าคนนั้นจะมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว

เด็กที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี สมควรเจาะเลือดหาเชื้อหรือไม่

ไม่ควรเจาะก่อนอายุ 12 เดือนเนื่องจากเชื้อจากแม่ยังไม่หมด

ผู้ป่วยที่มีไวรัสตับอักเสบ ซี จะป้องกันการอักเสบของตับอย่างไร

  • งดสุรา
  • พบแพทย์ตามนัด
  • ก่อนใช้ยา หรือสมุนไพรควรปรึกษาแพทย์
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ บี

(ที่มา http://www.siamhealth.net)

โพสเมื่อ : 13 ก.ย. 2555,16:05   อ่าน 1742 ครั้ง

ผู้ดููแลระบบ น.ส.มัณฑนา  สิงห์บัญ , นายชนิด  บุญชูศร  BM5701 

โทรศัพท์ 0874274093 , 043366558

Email : mantana.pad@gmail.com , mrchanid1308@gmail.com  , isanlivercare@gmail.com